ราคาตั๋วเครื่องบินสิงค์โปร์
ReadyPlanet.com
<a href="https://line.me/R/ti/p/%40szv9265w"><img height="36" border="0" alt="เพิ่มเพื่อน" src="https://scdn.line-apps.com/n/line_add_friends/btn/en.png"></a>




ราคาตั๋วเครื่องบินสิงค์โปร์

  

จองตั๋วออนไลน์

 

 

AIRLINE

JULY

AUGUST

SEPTEMBER

SINGAPORE ตั๋วเครื่องบินสิงคโปร์

Cathay Pacific Airways (CX)

3,680

3,680

3,680

Singapore Airlines (SQ)

4,400

4,400

4,400

Thai Airways (TG)

7,665

7,665

7,665

 

 

 

 

 


 

 

ธงชาติสิงคโปร์


ข้อมูลทั่วไป

  สิงคโปร์ ตั้งอยู่กลางสี่แยกของโลกทำเลอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้สิงคโปร์เติบโตจนเป็น ศูนย์กลางการค้าการสื่อสารและการท่องเที่ยวสำคัญของโลกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ของที่นี่คือ 136.8 กม.เหนือเส้นศูนย์สูตรโดยตั้งอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 103 องศา 38 ลิปดาตะวันออกกับเส้นแวงที่ 104 องศา 06 ลิปดาตะวันออกเกาะแห่งนี้เชื่อมต่อกับมาเลเซียด้วยสะพานข้ามทะเลสองสายคุณ สามารถเดินทางจากที่นี่ไปเกาะหลักของหมู่เกาะเรียว(Riau) ประเทศอินโดนีเซียได้โดยเรือข้ามฟากเป็นระยะทางสั้นๆหรือจะขึ้นเครื่องบิน เพียงครู่เดียวก็ถึงประเทศไทยและฟิลิปปินส์แล้ว สิงคโปร์มีสนามบินหนึ่งแห่งที่ให้บริการแก่สายการบินมากกว่า 69สายที่นี่คือประตูสู่ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ประชากรของสิงคโปร์มีจำนวนเกือบ 4 ล้านคน ประกอบด้วยคนจีน 77% มาเลย์ 14% อินเดีย 8% และอีก 1% เป็นลูกครึ่งยุโรปเอเชียและเผ่าพันธุ์อื่นๆผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของที่นี่ คือชาวประมงเชื้อสายมาเลย์ แต่หลังจากที่เซอร์สแตมฟอร์ดแรฟเฟิลมาที่นี่และมีการสร้างสถานีค้าขายของ อังกฤษสิงคโปร์ก็กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้อพยพและพ่อค้ามากมายพวกเขาเหล่า นั้นเสาะหาชีวิตที่ดีกว่าให้กับตนเองและครอบครัว คนเหล่านี้เดินทางมาจากทางตอนใต้ของจีน อินโดนีเซีย อินเดีย ปากีสถาน ลังกา และตะวันออกกลาง ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งงานระหว่างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นตลอดทั้งปีแต่กลุ่มเชื้อ ชาติในสิงคโปร์ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอาไว้ในขณะเดียว กันก็พัฒนาไปในฐานะส่วนประกอบหนึ่งของชุมชนสิงคโปร์สิงคโปร์ประกอบด้วยเกาะ หลักหนึ่งเกาะ และเกาะขนาดจิ๋วล้อมรอบอีก 63 เกาะ เกาะหลักมีเนื้อที่พื้นดินรวม 682 ตารางกิโลเมตรอย่างไรก็ตามขนาดอันเล็กกะทัดรัดนี้กลับสวนทางกับการเติบโตทาง เศรษฐกิจ ในช่วงเวลาเพียง 150 ปี สิงคโปร์ก็เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมที่มั่งคั่ง บทบาทในอดีตในฐานะจุดพักสินค้านั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากประเทศสิงคโปร์มีฐานการผลิตแบบอุตสาหกรรมในประเทศของตนแล้ว สิงคโปร์เป็นท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก มีบริษัทเดินเรือกว่า 600 รายส่งเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ เรือบรรทุกตู้สินค้า และเรือโดยสารประเภทต่างๆมาเพื่อแบ่งปันการใช้น่านน้ำอันวุ่นวายแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีเรือหาปลาตามชายฝั่งและเรือท้องแบนที่ทำจากไม้อีกด้วย สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการกระจายและกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก และยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเป็นผู้นำด้านการต่อ เรือและการซ่อมเรือ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ที่นี่มีธนาคารมากกว่า 130 แห่งการเจรจาทางธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยเครือข่ายการสื่อ สารที่ยอดเยี่ยมของสิงคโปร์ ที่เชื่อมต่อประเทศนี้เข้ากับโลกส่วนที่เหลือผ่านทางดาวเทียมพร้อมด้วยระบบ โทรเลขและโทรศัพท์ตลอด 24ชั่วโมง ทำเลทางยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์สถานที่และอุปกรณ์อันยอดเยี่ยม ความแตกต่างทางวัฒนธรรมอันน่าทึ่งและสถานที่ท่องเที่ยวสิ่งเหล่านี้ล้วนมี ส่วนช่วยให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำทั้งในด้านธุรกิจและความ บันเทิง

ประวัติศาสตร์

สิงคโปร์ เป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่ 3 ของชาวจีน พวกเขาเรียกสิงคโปร์ว่า "พู เลา ชุง" (เกาะปลายคาบสมุทร") ณ เวลานั้นไม่ค่อยมีใครทราบประวัติของเกาะแห่งนี้มากนัก แต่ว่าชื่อเรียกนี้ไม่สื่อให้เราเห็นอดีตอันมีสีสันของสิงคโปร์เลย ในศตวรรษที่ 14 สิงคโปร์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย (Sri Vijayan Empire) และรู้จักกันในชื่อของเทมาเซ็ค (เมืองแห่งทะเล) สิงคโปร์ตั้งอยู่ตรงปลายแหลมมลายู ซึ่งเป็นจุดนัดพบทางธรรมชาติของเส้นทางเดินเรือ เกาะแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดแวะพักของเรือเดินสมุทรหลายประเภท ตั้งแต่เรือสำเภาจีน เรืออินเดีย เรือใบอาหรับ และเรือรบของโปรตุเกส ไปจนถึงเรือใบบูจินีส ในศตวรรษที่ 14 เกาะที่มีขนาดเล็กแต่มีทำเลที่เยี่ยมแห่งนี้ก็ได้ชื่อใหม่ นั่นก็คือ "สิงหปุระ" ("เมืองสิงโต") ตามตำนานเล่าว่า เจ้าชายแห่งศรีวิชัยมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งแต่เข้าใจผิดว่าเป็นสิงโต ชื่ออันปัจจุบันของสิงคโปร์ก็ถือกำเนิดขึ้น ชาวอังกฤษคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ตอนต่อมาของสิงคโปร์ ระหว่างศตวรรษที่ 18 นั้น อังกฤษเล็งเห็นถึงความสำคัญของ "จุดแวะพัก" ทางยุทธศาสตร์ สำหรับซ่อม เติมเสบียง และคุ้มกันกองทัพเรือของอาณาจักรที่เติบใหญ่ของตน รวมถึงเพื่อขัดขวางการรุกคืบของชาวฮอลแลนด์ในภูมิภาคนี้ ตรงกันข้ามกับเบื้องหลังทางการเมืองที่กล่าวมา เซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิล กลับตั้งสิงคโปร์ให้เป็นสถานีการค้า นโยบายการค้าเสรีดึงดูดพ่อค้าจากทั่วทุกส่วนของเอเชียและจากที่ห่างไกลออกไป เช่น สหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง ในปี ค.ศ.1824 เพียงแค่ห้าปีหลังจากตั้งประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน ประชากรก็เพิ่มขึ้นจากเดิมเพียง 150 คนจนกลายเป็น 10,000 คน ในปี 1832 สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางรัฐบาลของถิ่นฐานช่องแคบปีนัง มะละกา และสิงคโปร์ การเปิดคลองซุเอซในปี 1869 และการเข้ามาของเครื่องโทรเลขและเรือกลไฟทำให้ความสำคัญของสิงคโปร์เพิ่ม ขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่กำลังขยายตัวระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก สิงคโปร์เคยเป็นที่ทำสงครามในศตวรรษที่ 14เมื่อเข้าเกี่ยวพันกับการแย่งชิงแหลมมลายูระหว่างประเทศสยาม (ไทย)กับจักรวรรดิมัชปาหิตบนเกาะชวาอีกห้าศตวรรษ ถัดมา ที่นี่ก็เกิดสงครามครั้งสำคัญขึ้นอีกครั้งในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ สอง เคยถือกันว่าสิงคโปร์เป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันแตก แต่แล้วกองทัพญี่ปุ่นก็สามารถยึดครองเกาะแห่งนี้ได้ในปี 1942หลังสงครามสิงคโปร์ก็กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ การเติบโตของลัทธิชาตินิยมทำให้สิงคโปร์มีรัฐบาลปกครองตนเองในปี1959แล้ววัน ที่ 9สิงหาคม1965สิงคโปร์ก็กลายเป็นสาธารณรัฐอิสระ

วัฒนธรรมและประชากร

  จากการที่มีประชากรหลายเชื้อชาติ สิงคโปร์จึงมีผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ คือ พระพุทธศาสนา ศาสนาฮินดู คริสต์ศาสนา 

และลัทธิเต๋าประชากรหนาแน่นสุดในภูมิภาค และเป็นประเทศเล็กที่สุดในภูมิภาค เป็นประเทศที่หนาแน่นเป็นอันดับ 2 

ของโลก มีจำนวนประชากรประมาณ 4.24 ล้านคน (2547)

ประกอบด้วยชาวจีน (76.5%) 

ชาวมาเลย์ (13.8%) 

ชาวอินเดีย (8.1%) 

และอื่น ๆ (1.6%)

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นประเทศในเอเชียที่มีการวางแผนครอบครัวได้ดีมาก จนทำให้จำนวนประชากรลดลง 

และก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต

ศาสนา

  ศาสนา ที่ประชาชนนับถือมีทั้งศาสนาพุทธ,ขงจื้อ,เต๋า,อิสลาม,คริสเตียนและฮินดู ไม่มีศาสนาประจำชาติของสิงคโปร์อย่างไรก็ตาม   ผู้คนในสิงคโปร์มีอิสระในการนับถือศาสนาที่กลาวมาแล้ว ก็ยังมีศาสนาอื่นๆ ที่เป็นกลุ่มเล็กอีกด้วย ได้แก่ ซิกซ์, ยิว ในบรรดาตึกเก่า ๆ ในสิงคโปร์ก็จะรวมไปถึง สุเหล่า, โบสถ์ และวัดต่าง ๆด้วย ในปี1990มีการเก็บสถิตปรากฎว่าประชากรที่อายุ10ปีขึ้นไปจะนับถือศาสนาพุทธ และเต๋ามากโดยในจำนวนนี้จะเป็นคนจีนเสียส่วนใหญ่ และอาจมีการผสมผสานในความเชื่อของศาสนา แต่ละแห่งเข้าไปด้วย มีประมาณ 15 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาอิสลาม 13 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาคริสต์เตียน และ 4 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย

สภาพภูมิอากาศ

  ประเทศ สิงคโปร์มีสภาพภูมิอากาศคงที่มีอุณหภูมิสม่ำเสมอและมีฝนตกชุก สิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสภาพภูมิอากาศแบบป่าเขตร้อน ไม่มีการแบ่งฤดูเหมือนประเทศอื่นๆมีการแบ่งเป็น ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูหนาว ด้วยความที่สิงคโปร์มีภูมิอากาศที่คงที่ จึงเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวตลอดปี โดยอุณหภูมิ จะอยู่ระหว่าง 22 ถึง 34 องศาเซลเซียสค่าความชื้นโดยเฉลี่ยนอยู่ที่ 85% - 90% ในช่วงเช้า และ 55%-60% ในช่วงเที่ยง หากมีฝนตกชุกมาก ค่าความชื้นอาจสูงได้ถึง 100% ช่วงกลางปี ในเดือนมิถุนายน และ กรกฎาคม จัดเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และ เดือนพฤศจิกายน และธันวาคม เป็นช่วงฤดูมรสุม ซึ่งวัดจากพื้นดินที่ชุ่มชื้นและค่าความชื้นสูง อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ คือ 19.4องศาเซลเซียส และมากที่สุด คือ 35.8องศาเซลเซียส ประเทศสิงคโปร์ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ภูมิอากาศมีความคงที่อยู่ตลอดปี สภาพภูมิอากาศมักมีส่วนสำคัญเวลานักท่องเที่ยวเลือกที่จะไปท่องเที่ยวในที่ ใดๆ และสิงคโปร์ดูจะตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด บางคนไม่ชอบอากาศชื้นในเดือน พฤศจิกายน และธันวาคม แต่ 10เดือนที่เหลือก็ยังมีสภาพอากาศที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวได้ สวนพฤกษศาสตร์ที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดี เป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวสิงคโปร์เอง ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆปรารถนาจะมาท่องเที่ยวที่สิงคโปร์อย่างน้อย สักครั้งหนึ่งในชีวิต ที่นี่เป็นเกาะที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ตอบสนองความต้องการของทุกคน การบริการ และความเป็นมิตรของชาวสิงคโปร์ ทำให้การมาท่องเที่ยวที่นี่มีคุณค่าอย่างแท้จริง ในขณะที่กระแสโลกาภิวัฒน์ได้เกิดขึ้นในโลก และประเทศต่างๆเริ่มกลายเป็นเป็นประเทศอุตสาหกรรม และวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆเริ่มเสื่อมถอยลง

ภาษา

  ภาษา ทางราชการ คือ ภาษามาเลย์ จีนกลาง ทมิฬ และอังกฤษ สิงคโปร์ส่งเสริมให้ประชาชนพูด 2 ภาษา โดยเฉพาะจีนกลาง ในขณะที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่องานและในชีวิตประจำวัน

สกุลเงิน

  สกุล ดอลลาร์สิงคโปร์ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 24.6483 บาท (มิถุนายน 2554) เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และออสเตรเลีย สกุลเงินเยนและปอนด์อังกฤษ ก็เป็นที่ยอมรับตามห้างสรรพสินค้าเกือบทุกแห่ง แลกเปลี่ยนเงินตรา นอกจากธนาคารและโรงแรมแล้ว สามารถแลกเงินได้ตามร้านค้าที่มีเครื่องหมาย “Licensed Money Changer”24.6483บาท/1 ดอลลาร์สิงคโปร์ 1 ดอลลาร์สหรัฐ/1.23 ดอลลาร์สิงคโปร์ (มิถุนายน 2554)

เวลา

  เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง (อย่าลืมปรับนาฬิกาของท่านเมื่อถึงสิงคโปร์)

สิ่งที่ควรทำ-ไม่ควรทำ

  1.ผู้ ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลง ตรา (วีซ่า) และสามารถพำนักอยู่ได้ 14 วันการพำนักเกินระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน เฆี่ยน 3 ที ปรับสูงสุด 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และห้ามเข้าสิงคโปร์ 

2.ผู้เดินทางเข้าสิงคโปร์ควรถือหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันหมดอายุ

3.ผู้ ประสงค์จะเข้าไปทำงานในสิงคโปร์ ควรตรวจสอบข้อมูลกับ กระทรวงแรงงานฯ ของไทยเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงการทำงานโดยไม่ได้ขออนุญาตทำงานจากทางการ สิงคโปร์จะถูกดำเนินคดี (ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการขออนุญาตทางการ 

4.การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

5.การลักลอบนำยาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงขั้นประหารชีวิต

6.สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฎหมายเคร่งครัดในเรื่องระเบียบวินัย เช่น กฎจราจร การข้ามถนน การทิ้งขยะ การสูบบุหรี่ 

7.น้ำ ประปาสิงคโปร์นั้นปลอดภัยและสามารถดื่มได้จากก๊อกโดยตรง แต่อย่างไรก็ดีน้ำดื่มและน้ำแร่บรรจุขวดก็สามารถหาซื้อได้จากซูเปอร์ มาร์เก็ต ร้านขายของชำ และร้านสะดวกซื้อ

8.ผู้ ที่เดินทางเข้าสิงคโปร์ ที่ต้องการพกพาเครื่องใช้ไฟฟ้ามาด้วย เช่น ไดร์เป่าผม  อย่าลืมนะว่า ต้องนำปลั๊กต่อมาด้วย เนื่องจากที่สิงคโปร์ใช้เต้าเสียบแบบ 3 ขา สำหรับกระแสไฟนั้นเท่ากัน คือ 220 โวลต์ ซึ่ง สามารถหาซื้อปลั๊กต่อแปลงจาก 2 ขา เป็น 3 ขา ได้ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือตามห้างสรรพสินค้า

9.การ เสพยาเสพติดเป็นเรื่องร้ายแรงมากในสิงคโปร์ถึงขั้นประหารชีวิต การลักลอบนำเข้าสารเสพติดประเภทกล่อมประสาทและหลอนประสาทถูกห้ามอย่างเด็ด ขาด แต่หากมียาประจำตัวที่มีส่วนผสมของสารเหล่านี้ จะต้องมีใบรับรองแพทย์กำกับมาด้วย

10.ห้าม ทิ้งเศษขยะลงพื้น ฝ่าฝืนครั้งแรกถูกปรับ S$1,000 ครั้งต่อไป S$2,000 และต้องทำความสะอาดในที่สาธารณะด้วย กฎหมายนี้รวมถึงการห้ามเคี้ยวหมากฝรั่งด้วย ดังนั้นจึง ไม่ควรนำหมากฝรั่งไปที่สิงคโปร์

11.สิงคโปร์ ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เช่น รถโดยสารสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ลิฟท์ โรงละคร โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารติดเครื่องปรับอากาศ ร้านเสริมสวย ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ราชการ หากฝ่าฝืนจะโดนปรับ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

12.การถ่มน้ำลายในที่สาธารณะก็มีความผิด

 

                         




ราคาตั๋วเครื่งบินสิงคโปร์

ประวัติประเทศสิงคโปร์